บ้านที่อยู่อาศัยมาสักระยะหนึ่ง เจ้าของบ้านมักจะเริ่มมองเห็นจุดที่ต้องการต่อเติมเพิ่มเติม โดยส่วนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ “หน้าบ้าน” เพราะเป็นจุดสำคัญที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ตลอดทั้งวัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแสงแดดจัดหรือฝนสาด รวมถึงยังใช้เป็นที่จอดรถให้อยู่ในร่มเงาได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม การต่อเติมหลังคาหน้าบ้านเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะหากละเลยปัจจัยสำคัญบางอย่างไป อาจต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนแก้ไขในภายหลัง โดยมี 6 เรื่องสำคัญที่ควรรู้ ดังนี้

- ทิศทางหันหน้าบ้าน
ก่อนเริ่มติดตั้ง ควรประเมินก่อนว่าหน้าบ้านของคุณหันไปในทิศทางใด เพราะจะช่วยคาดคะเนปริมาณแสงแดดที่ส่องเข้ามาในพื้นที่ได้ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจว่าควรเลือกหลังคาทึบแสงหรือหลังคาใส หากหน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันตก อาจเลือกใช้หลังคาทึบแสงเพื่อป้องกันแสงแดดจัดในช่วงบ่ายได้อย่างเหมาะสม
แต่หากติดตั้งหลังคาทึบแสงในบริเวณที่ไม่ได้โดนแดดจัดมากนัก อาจทำให้บ้านดูอึดอัดและมืดตลอดทั้งวัน การเลือกใช้หลังคาที่มีความใสจึงอาจตอบโจทย์ได้ดีกว่าในกรณีนี้
- ระดับความใสของแผ่นหลังคา
สำหรับเจ้าของบ้านที่เลือกใช้หลังคาใส ควรพิจารณาต่อว่าระดับความใสแบบใดเหมาะสมกับความต้องการ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ดังนี้
- ความใสไม่เกิน 25%: เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการแสงสว่างเพียงเล็กน้อย แต่ยังคงต้องการบังแดดเป็นหลัก เช่น บริเวณที่จอดรถหรือทางเดินที่โดนแดดจัด
- ความใสตั้งแต่ 30-50%: เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความสมดุลระหว่างแสงสว่างและการบังแดด ให้ความรู้สึกโปร่งสบายโดยไม่ร้อนจนเกินไป
- ความใสมากกว่า 60% ขึ้นไป: เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการรับแสงธรรมชาติมากเป็นพิเศษ เช่น มุมปลูกต้นไม้ หรือพื้นที่ที่ต้องการความสว่างตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า
- โครงกันสาด
ต่อมา คือการเลือกโครงกันสาด ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้การเลือกแผ่นหลังคา โดยโครงกันสาดมีให้เลือก 3 รูปแบบหลัก ซึ่งแต่ละแบบตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน
- กันสาดมีเสา: ให้ความมั่นคงแข็งแรงสูงสุด เหมาะกับพื้นที่กว้างหรือพื้นที่ที่ต้องรับน้ำหนักมาก แต่เสาที่ตั้งอยู่อาจกินพื้นที่ใช้สอยบางส่วน
- กันสาดไร้เสา: ให้ความโปร่งโล่ง ไม่มีเสาบดบังทัศนียภาพหรือกีดขวางการจอดรถ เหมาะกับบ้านที่ต้องการความสวยงามและพื้นที่ใช้สอยเต็มรูปแบบ แต่ต้องอาศัยโครงสร้างที่แข็งแรงเป็นพิเศษในการยึดติดกับผนังบ้าน
- กันสาดแขนค้ำ: ใช้แขนเหล็กยื่นออกมารับน้ำหนักแผ่นหลังคาโดยไม่ต้องมีเสาค้ำ เหมาะกับพื้นที่ขนาดกลางที่ต้องการทั้งความสวยงาม และความมั่นคงในระดับที่เหมาะสม

- มุมลาดเอียง
โดยทั่วไปมุมลาดเอียงมักเป็นไปตามคำแนะนำของผู้ผลิต แต่สำหรับการติดตั้งหน้าบ้าน เจ้าของบ้านสามารถประเมินและเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม เพราะบางบ้านต้องการเพียงบังแดดที่ส่องลงมา ในขณะที่บางบ้านต้องการป้องกันทั้งแสงแดดและฝนสาดเข้าพื้นที่ ซึ่งยิ่งเพิ่มมุมลาดเอียงมากเท่าไหร่ ก็อาจทำให้หน้าบ้านดูแคบลงไปด้วย จึงควรพิจารณาองศาที่เหมาะสม ดังนี้
- 5-10 องศา: เป็นขั้นต่ำของมุมลาดเอียงที่แนะนำ ในขณะที่หลังคาไม่ชันจนเกินไป ทำให้ดูสวยงามกลมกลืนกับตัวบ้าน และยื่นได้ยาวมากกว่า
- 10-15 องศา: ช่วยให้น้ำฝนไหลได้ดีขึ้น และลดปัญหาการรั่วซึมตามรอยต่อ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีฝนตกชุกหรือตกหนักเป็นประจำ เช่น ภาคใต้ ซึ่งควรเลือกองศาที่มากกว่า 10 องศาขึ้นไป
- 15-20 องศา: เหมาะสำหรับหลังคาชนิดแผ่นเรียบที่มีลอน จึงจำเป็นต้องเพิ่มความชันเพื่อป้องกันปัญหาน้ำไหลย้อนกลับ
- สีและดีไซน์เข้ากับบ้าน
เรื่องสีและดีไซน์เป็นเรื่องความชอบส่วนบุคคล หากใครให้ความสำคัญกับความสวยงามโดยรวมของบ้าน ก็ควรพิจารณาเลือกสี และดีไซน์ของหลังคาให้เข้ากับสไตล์ของตัวบ้านด้วย เพื่อความกลมกลืน
- การขออนุญาตต่อเติมตามกฎหมาย
สุดท้ายแต่สำคัญที่สุด หากไม่มั่นใจในขั้นตอนการต่อเติม ควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อออกแบบให้ถูกต้อง และติดต่อสำนักงานเขตพื้นที่ที่ดูแลควบคุมอาคาร เพื่อตรวจสอบว่าการต่อเติมหลังคาหน้าบ้านในลักษณะที่ต้องการนั้น สามารถดำเนินการได้หรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายที่อาจตามมาในอนาคต
โดยสรุป การต่อเติมหลังคาหน้าบ้านให้ออกมาสวยงามและใช้งานได้อย่างคุ้มค่า จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยรอบด้านตั้งแต่ทิศทางแดด ระดับความใสของแผ่นหลังคา รูปแบบโครงกันสาด มุมลาดเอียงที่เหมาะสม ไปจนถึงสีสันดีไซน์ และการขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การต่อเติมครั้งนี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และไม่ต้องแก้ไขซ้ำในภายหลัง
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.d-lite.co.th/


