ทรงหลังคาโปร่งแสง

พารู้จัก 9 ทรงหลังคาโปร่งแสงยอดฮิต พร้อมบอกจุดเด่น – จุดด้อย

หลังคาโปร่งแสง แม้จะนิยมติดตั้งเพื่อเป็นกันสาด หรือพื้นที่ที่ต้องการแสงธรรมชาติ แต่การเลือกทรงหลังคาที่เหมาะกับบ้าน ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะแต่ละทรงมีจุดเด่น และข้อจำกัดที่ต่างกัน 

ดังนั้น เพื่อให้บ้านสวย และใช้งานได้จริง มารู้จัก 9 ทรงหลังคาบ้านยอดฮิต พร้อมบอกจุดเด่น – จุดด้อย ที่เหมาะกับบ้านเมืองร้อน และสภาพอากาศแบบไทยกัน

  1. หลังคาทรงจั่ว (Gable Roof)

หลังคาจั่ว เป็นทรงที่พบเห็นได้บ่อยในไทย เพราะเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น โดยหลังคาทรงจั่ว เป็นการนำด้านสูงของหลังคาเพิงหมาแหงน มาชนกันจนเกิดสันหลังคา ซึ่งจุดเด่นคือสามารถกันแดด และกันฝนได้ดี แต่ทว่าด้านหน้าจั่ว หรือสกัด มักมีปัญหาเรื่องแดด และฝนสาด ทำให้มักต้องทำชายคาเฉพาะจุดเหนือหน้าต่าง และประตู

ทรงหลังคาโปร่งแสง
  1. หลังคาทรงปั้นหยา (Hip Roof)

หลังคาปั้นหยา เป็นหลังคาที่พัฒนามาจากหลังคาทรงจั่ว แต่มีชายคาลาดเอียงทั้งสี่ด้าน ทำให้สามารถกันแดด และกันฝนได้รอบทิศทาง ซึ่งเหมาะมากกับสภาพอากาศร้อน และฝนตกชุกของประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ติดตั้งหลังคาปั้นหยาค่อนข้างซับซ้อนกว่าหลังคาจั่ว เนื่องจาก มีรอยต่อบริเวณสันหลังคามากกว่า ทำให้ต้องวางแผนโครงสร้าง และงานกันซึมอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันปัญหารั่วซึม และการรับน้ำหนักของฝน

  1. หลังคาทรงมนิลา (Hip Gable Roof)

หลังคาทรงมนิลา เป็นรูปแบบหลังคาทรงปั้นหยา ที่ถูกปรับให้ด้านสกัดมีหน้าจั่วขนาดเล็กบริเวณช่วงบน ช่วยเปิดทางให้อากาศร้อนใต้หลังคาระบายออกได้ดี โดย โครงสร้างลักษณะนี้ มักจะพบได้ในบ้านเรือนไทยภาคกลาง ที่ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับภูมิอากาศร้อนชื้น และฝนตกชุกของประเทศไทย

ทั้งนี้ จุดเด่นของหลังคามนิลา คือ มีชายคาคลุมทั้งสี่ด้าน ช่วยบังแดด กันฝนสาด และป้องกันผนังจากความชื้นสะสม ในขณะเดียวกันหน้าจั่วด้านบน ก็ยังทำหน้าที่เป็นช่องระบายความร้อน ลดอุณหภูมิใต้หลังคา และช่วยให้ภายในบ้านอยู่สบายมากขึ้นตลอดวัน

  1. หลังคาสวิส (Gable Hip Roof) 

หลังคาสวิส คือ รูปแบบหลังคาลูกผสมระหว่างทรงจั่ว กับทรงปั้นหยา โดยลักษณะเด่น คือ การตัดมุมบริเวณหน้าจั่วออกบางส่วน ทำให้ได้รูปทรงที่ดูแข็งแรง และสมดุลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม โครงสร้างประเภทนี้มักได้รับความนิยมในประเทศเขตหนาว เพราะมีความลาดชันสูง ช่วยให้หิมะไหลลงได้ง่าย ลดการสะสมของน้ำหนักบนโครงสร้างหลังคา และเพิ่มความทนทานต่อสภาพอากาศรุนแรง

สำหรับประเทศไทย แม้จะไม่มีหิมะ แต่หลังคาสวิสก็ยังตอบโจทย์ด้านการระบายน้ำฝนได้ดีจากมุมลาดเอียงที่ชัน ทั้งยังช่วยลดแรงปะทะลมบริเวณหน้าจั่ว เมื่อเทียบกับหลังคาจั่วแบบเต็มรูปแบบ ทำให้การก่อสร้างหลังคาทรงนี้ ยังต้องอาศัยการคำนวณโครงสร้าง และรายละเอียดรอยต่อที่แม่นยำ เพื่อป้องกันปัญหารั่วซึม และควบคุมงบประมาณให้อยู่ในระดับเหมาะสม

  1. หลังคาทรงจั่วสูง สไตล์นอร์ดิก (Nordic Style Gable Roof)

หลังคาโปร่งแสงทรงจั่วสูงสไตล์นอร์ดิก โดดเด่นด้วยมุมลาดเอียงชันเป็นพิเศษ ให้ภาพลักษณ์เรียบง่าย โปร่งโล่ง และทันสมัย ตัวหลังคาที่สูงช่วยให้ระบายอากาศได้ดี ลดความร้อนสะสมใต้หลังคา และรองรับการทำฝ้าเพดานสูง หรือโถงแบบ Double Volume ได้อย่างลงตัว ปัจจุบันจึงได้รับความนิยมมากในบ้านโมเดิร์น และบ้านพักตากอากาศในไทย

แต่ข้อควรคำนึงคือ ความสูงของโครงสร้างที่เพิ่มต้นทุนวัสดุ และงานโครงหลังคา รวมถึงต้องออกแบบชายคา และฉนวนกันความร้อนให้เหมาะกับสภาพแดดแรงของเมืองร้อน เพื่อควบคุมอุณหภูมิภายในบ้าน

ทรงหลังคาโปร่งแสง
  1. หลังคาเพิงหมาแหงน (Lean-to or Pitched Roof)

หลังคาเพิงหมาแหงน เป็นหลังคาลักษณะลาดเอียงด้านเดียว มีโครงสร้างเรียบง่าย ก่อสร้างรวดเร็ว และประหยัดงบประมาณ เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์น งานต่อเติม โรงจอดรถ หรือพื้นที่กึ่งภายนอก โดยจุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือ สามารถระบายน้ำฝนได้ดี

อย่างไรก็ตาม ควรวางทิศทางลาดเอียงให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันฝนสาด และออกแบบชายคา หรือกันสาดเพิ่มเติมในด้านที่รับแดดจัด เพื่อช่วยลดความร้อน และปกป้องผนังจากความชื้นสะสมในระยะยาว

ไขข้อสงสัย หลังคาไฟเบอร์กลาส Ampelite ทำไมผู้เชี่ยวชาญถึงแนะนำ

  1. หลังคาทรงแบน (Flat Roof)

หลังคาแบน เป็นหลังคาแบบแบนราบ ที่ต้องสร้างให้มีความลาดเอียงเล็กน้อย เพื่อระบายน้ำ เหมาะกับบ้านในพื้นที่เมืองร้อนที่มีลมแรง เพราะช่วยป้องกันไม่ให้หลังคาถูกพัดปลิว ทั้งนี้ หลังคาแบนจะก่อสร้างด้วยโครงสร้างคอนกรีต เสริมเหล็กพร้อมมีน้ำยากันซึม 

แต่ข้อควรระวังคือ รอยต่อบริเวณสันหลังคาที่เสี่ยงรั่วซึม และความร้อนสะสมจากการเปิดรับแสงแดดตลอดวัน จึงควรติดตั้งฉนวนกันความร้อนควบคู่

  1. หลังคาสองชั้น (Monitor Roof)

หลังคาสองชั้น คือ รูปแบบหลังคาที่ยกส่วนกลางให้สูงกว่าชั้นล่าง จนเกิดเป็นช่องเปิดสำหรับระบายอากาศ และรับแสงธรรมชาติ โดยหลังคารูปทรงนี้ จะเหมาะสำหรับอากาศร้อนชื้นของไทย เพราะช่วยลดความร้อนสะสมในอาคาร ตามหลักการไหลเวียนของอากาศแบบธรรมชาติ จึงนิยมใช้กันทั้งในโรงงาน โกดัง อาคารพาณิชย์ รวมถึงบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล

อย่างไรก็ตาม การออกแบบหลังคาสองชั้น ต้องให้ความสำคัญกับโครงสร้าง และระบบกันซึมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อระหว่างชั้นหลังคา ที่มีความเสี่ยงต่อการรั่วซึมในฤดูฝน และควรเลือกวัสดุมุงหลังคา และแผ่นโปร่งแสงที่มีคุณสมบัติกันความร้อน และรังสี UV พร้อมติดตั้งระบบระบายน้ำตามมาตรฐานวิศวกรรม

  1. หลังคาดอร์เมอร์ (Dormer Roof)

หลังคาดอร์เมอร์ เป็นหลังคาขนาดเล็ก ที่ยื่นออกมาจากผืนหลังคาหลัก โดยมักมีหน้าต่างติดตั้งอยู่ด้านหน้า ทำหน้าที่เพิ่มช่องแสงธรรมชาติ และช่วยระบายอากาศ ซึ่งเดิมทีหลังคาประเภทนี้ จะนิยมใช้กันในประเทศเขตหนาว เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยบริเวณห้องใต้หลังคา ให้สามารถอยู่อาศัยได้สะดวกขึ้น 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับบทความที่พาไปรู้จัก 9 ทรงหลังคาโปร่งแสงยอดฮิต ที่หลายบ้านนิยมเลือกใช้กันในปัจจุบัน หวังว่าข้อมูลที่นำมาฝากจะช่วยให้ผู้อ่านมองเห็นแนวทางในการเลือกทรงหลังคาที่เหมาะสมกับพื้นที่บ้านมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการใช้งานจริง ความทนทานต่อสภาพอากาศ รวมถึงความสวยงามที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของบ้านให้ดูทันสมัยและน่าอยู่มากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.ampelite.co.th/