หลายคนที่กำลังเลือกซื้อแอร์ อาจสงสัยว่า BTU แอร์ คืออะไร ? และควรดูแลเครื่องปรับอากาศอย่างไร ให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ในบทความนี้ เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ BTU แอร์ คืออะไร ? พร้อมบอกเคล็ดลับการดูแลรักษา เพื่อให้คุณใช้งานแอร์ได้อย่างคุ้มค่า เย็นสบาย และยืดอายุการใช้งานในระยะยาว ถ้าพร้อมแล้ว ไปเริ่มกันเลย
รู้ก่อนซื้อเครื่องปรับอากาศ BTU แอร์ คืออะไร ?
BTU (British Thermal Unit) คือ หน่วยวัดพลังงานความร้อน ที่ใช้ในการระบายความร้อนของเครื่องปรับอากาศ โดยแอร์ที่มีกำลัง BTU สูงจะมีทำความเย็นได้ดี แต่ก็ต้องพิจารณาขนาดห้องด้วยเช่นกัน เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
นอกจากนี้ ควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่มี BTU เหมาะกับพื้นที่ห้อง จะช่วยให้ประหยัดพลังงาน และลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ นอกจากนี้ ยังทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายโดยไม่จำเป็น

แชร์ 5 เคล็ดลับดูแลเครื่องปรับอากาศอย่างไร ให้เย็นนาน และประหยัดไฟ
การดูแลแอร์อย่างถูกวิธี จะช่วยให้ห้องเย็นเร็ว ประหยัดไฟ และช่วยยืดอายุการใช้งาน โดยเฉพาะแอร์คุณภาพ อย่าง Mitsubishi Heavy Duty ที่หากดูแลอย่างสม่ำเสมอ ก็จะยิ่งทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยเรามี 5 วิธีดูแลเครื่องปรับอากาศ ให้เย็นนาน และประหยัดไฟมาฝากกัน ดังนี้
ติดโซลาร์เซลล์ ร่วมกับหลังคาโปร่งแสง ประหยัดขึ้นจริงไหม ?
- ล้างแอร์ทุก 6 เดือน
เริ่มต้นด้วยการล้างแอร์ทุก ๆ 6 เดือน เพื่อกำจัดฝุ่น คราบสกปรก และเชื้อราที่สะสมอยู่ภายในเครื่อง ทำให้ลมเย็นสะอาด และลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน การล้างแอร์ตามรอบ จะช่วยลดปัญหากลิ่นอับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ
การทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ไม่ควรมองข้าม โดยควรล้างแผ่นกรองทุก 2 – 4 สัปดาห์ โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน ที่เปิดแอร์บ่อย เพราะแผ่นกรองที่สะอาด จะช่วยให้ลมแรงขึ้น อากาศถ่ายเทดี และช่วยลดฝุ่นละออง รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ภายในห้องอีกด้วย
- ตรวจสอบระดับน้ำยาแอร์
นอกจากนี้ ควรตรวจสอบระดับน้ำยาแอร์เป็นระยะ หากน้ำยาแอร์พร่อง หรือรั่ว จะทำให้แอร์เย็นช้า และกินไฟมากกว่าปกติ โดย สัญญาณที่พบได้บ่อย ๆ คือ แอร์ไม่เย็นเหมือนเดิม หรือมีน้ำหยดผิดปกติ ถ้าพบความผิดปกตินี้ แนะนำให้เรียกช่างผู้ชำนาญมาตรวจเช็กอย่างน้อยปีละครั้ง
- ตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม
การตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสมก็เป็นวิธีที่ดี ที่จะช่วยประหยัดไฟได้ โดย อุณหภูมิที่แนะนำคือ ประมาณ 25 – 26 องศาเซลเซียส ซึ่งจะให้ความเย็นสบาย และไม่ทำให้เครื่องทำงานหนักเกินไป หากใช้พัดลมช่วยกระจายลมเย็นร่วมด้วย ก็จะยิ่งช่วยลดภาระของแอร์ และทำให้ห้องเย็นทั่วถึงมากขึ้น
- ตรวจสอบท่อน้ำทิ้ง และระบบความชื้น
ในช่วงหน้าฝน เราควรใส่ใจเรื่องท่อน้ำทิ้ง และความชื้นภายในเครื่องเป็นพิเศษ เพราะความชื้นสูงอาจทำให้เกิดน้ำหยด หรือกลิ่นอับได้ง่าย ดังนั้น ควรตรวจสอบท่อน้ำทิ้งไม่ให้อุดตัน และหากเครื่องมีระบบ Self Clean ก็ควรเปิดใช้งานเป็นประจำ เพื่อช่วยลดความชื้น และการสะสมของเชื้อรา
ทั้งนี้ หากคุณกำลังมองหาเครื่องปรับอากาศ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ระบบ Inverter ที่ช่วยประหยัดพลังงาน หรือ Non-Inverter ที่คุ้มค่าในการใช้งาน “Mitsubishi Heavy Duty” ก็มีให้เลือกหลากหลายรุ่น
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.mitsuheavythai.com/th/


